บริษัท ธุรกิจมั่นคง จำกัด หรือ เป็นที่รู้จักทั่วไปในแวดวงประกันภัยและลูกค้า ในนาม บริษัท “ซีโก้" (SECO) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2517 โดยกลุ่มนักประกันภัยภายใต้การนำของ คุณชาญชัย รัตนานนท์ ซึ่งมีความรู้และความเข้าใจเป็นอย่างดีว่า การประกันภัยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสลับซับซ้อนยากแก่บุคคลทั่วไปในการทำความเข้าใจ และ บ่อยครั้งที่ผู้เอาประกันภัยต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบแก่บริษัทประกันภัยโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ บริษัท ซีโก้ จึงได้จัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็น “ที่ปรึกษาประกันภัย" (Insurance Consultant) ซึ่งให้บริการในเรื่องของคำแนะนำแก่ผู้ที่ต้องการทำประกันภัยให้เข้าใจถึงภาวะความเสี่ยงภัยที่อาจจะเผชิญโดยมิอาจคาดการณ์ได้ล่วงหน้า และแนะนำให้มีการจัดซื้อการประกันภัยจากบริษัทประกันภัย เพื่อคุ้มครองภัยดังกล่าวได้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสม

ในบรรดาบริษัทที่ปรึกษาประกันภัย ตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยเรียกว่า “นายหน้าประกันภัย" (Insurance Broker) ที่ดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบัน จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ หนึ่งเป็นบริษัทนายหน้าประกันภัยที่ถูกก่อตั้งขึ้นโดยบริษัทประกันภัยต่างๆ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในระบบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้อนงานให้กับบริษัทประกันภัยในเครือของตน แนวทางดำเนินการขายและการบริการจะอยู่ภายใต้นโยบายของบริษัทประกันภัยนั้นๆ จึงเรียกกันโดยทั่วไปว่า Captive Broker ซึ่งไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมนายหน้าประกันภัย ส่วนบริษัทนายหน้าประกันภัยที่เหลือเป็นจำนวนน้อยจะเป็นนายหน้าอิสระหรือ Independent Broker

บริษัท ธุรกิจมั่นคง จำกัด เป็นหนึ่งในบรรดาบริษัทนายหน้าประกันภัยอิสระ ได้รับอนุญาตจากกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ ให้ดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยตามใบอนุญาตเลขที่ 88/2517 มาตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2517 และปัจจุบันก็เป็นสมาชิกของสมาคมนายหน้าประกันภัยด้วย จากประสบการณ์โดยตรงต่อเนื่องนับหลายสิบปีในธุรกิจด้านนี้ ประกอบกับการดำเนินงานในฐานะนายหน้าอิสระที่เป็นตัวแทนของผู้ซื้อประกันภัยได้โดยเอกเทศ มิได้ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยใดๆ ทั้งสิ้น จึงทำให้บริษัทเป็นที่น่าเชื่อถือและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากลุ่มต่างๆ อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น บริษัทห้างร้าน ธุรกิจการค้า การบริการ การอุตสาหกรรม และประชาชนรายย่อยทั่วไปในฐานะ “แผนกประกันภัย” ของลูกค้านั้นๆ ดังจะเห็นได้จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของยอดเบี้ยประกันภัยรวม ณ สิ้นปี 2555 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 120 ล้านบาท เมื่อเทียบกับราว 60 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2550 ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตถึง 100% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะให้บริการที่ดีมีประสิทธิภาพแก่ลูกค้าทุกรายเพื่อให้ลูกค้ามีความประทับใจ และได้รับความสะดวกรวดเร็วในการเรียกร้องค่าสินไหมในกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้น เพราะบริษัทตระหนักอยู่เสมอว่า ลูกค้าคือบุคคลสำคัญอย่างยิ่งที่สนับสนุนให้บริษัทสามารถยืนหยัด และดำเนินธุรกิจมาได้อย่างมั่นคงราบรื่น สมกับชื่อบริษัทของเรา นั่นคือ “บริษัท ธุรกิจมั่นคง จำกัด”

” ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทมีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 3,000,000.- (สามล้านบาท) ซึ่งชำระเต็มมูลค่าแล้ว ”